+

GLAZZIQ (กลาซซิค) นวัตกรรมใหม่ของการซื้อแว่นตาออนไลน์

07 July 2016 | Others | KNOW WHO
คุณเคยสงสัยมั้ยว่าทำไมเราถึงไม่ค่อยอยากเดินเข้าร้านแว่นตาถ้าไม่จำเป็น หรือไม่เคยรู้สึกอยากไปเดินดูแว่นเล่นๆ เหมือนที่เราทำกับเสื้อผ้ารองเท้า พวกเราส่วนใหญ่จะยอมเดินเข้าร้านแว่นก็เมื่อมีปัญหาเกิดขึ้นเท่านั้น เช่น แว่นงอ แว่นหัก แว่นไม่ชัด ต้องวัดสายตาใหม่ ฯลฯ  แถมเวลาเข้าไปในร้านก็รู้สึกว่าอะไรๆ ดูยากไปหมด ไม่รู้จะเริ่มตรงไหน ร้านแว่นส่วนใหญ่มีสินค้าเยอะเกินไป แถมยังดูคล้ายกันจนเลือกไม่ถูก บางทีคนขายก็คอยถามคอยตามจนเรารู้สึกกดดันด้วย
 
หลายคนไม่ชอบประสบการณ์แบบนี้ก็หันไปลองซื้อแว่นจากร้านออนไลน์เช่นบน IG หรือ Facebook ซึ่งก็เสี่ยงมากกับการถูกหลอกขาย ‘ของถูกคุณภาพกระป๋อง’ บางทีรูปสวยกว่าสินค้าที่ส่งมาจริงลิบลับ แถมไม่มีบริการวัดสายตา หรือถ้ามีปัญหาก็ไม่รู้จะเคลมยังไง ไม่มีบริการหลังการขายให้อุ่นใจเท่าไรนัก  สรุปแล้วประสบการณ์การเลือกซื้อแว่นของคนส่วนใหญ่ถือว่ายังไม่น่าประทับใจเท่าที่ควร  ไม่ว่าจะไปซื้อกันตามร้านแว่นแบบเดิมๆ หรือจากร้านบนโซเชียลมีเดียก็ตาม

Qlazziq01.jpg
  
ความคับข้องใจเหล่านี้คือแรงกระตุ้นให้ทีมงาน GLAZZIQ สร้างสรรค์นวัตกรรมการขายแว่นขึ้นใหม่ เพื่อทำให้ผู้คนสามารถมีประสบการณ์การซื้อแว่นที่ดีและมีความสุขได้

GLAZZIQ คืออะไร

Qlazziq02.jpg
 
GLAZZIQ คือร้านค้าอีคอมเมิร์ซแบบบูรณาการแนวตั้งที่เชื่อมต่อตั้งแต่โรงงานไปจนถึงลูกค้า โดยเวลาที่ลูกค้าเลือกซื้อของผ่านทางเว็บไซต์ (www.glazziq.com) รายละเอียดของลูกค้าจะถูกบันทึกอยู่ในระบบและแชร์ไปที่คู่ค้า ทำให้ลูกค้าสามารถไปรับบริการตรวจวัดสายตาที่ร้านสาขาของหอแว่น และ Better Vision กว่า 100 สาขาได้ฟรี   ต่อจากนั้นทางสาขาก็จะใส่ค่าสายตาของลูกค้าลงในระบบซึ่งจะถูกลิงค์กลับมายังคำสั่งซื้อและส่งไปที่โรงงานผลิตโดยอัตโนมัติ (หรือถ้าลูกค้ามีค่าสายตาอยู่แล้วก็สามารถส่งให้ GLAZZIQ ได้เช่นเดียวกัน) ในขั้นสุดท้ายสินค้าจะถูกส่งไปยังที่อยู่ของลูกค้าภายใน 5 ถึง 10 วัน และหากลูกค้าต้องการปรับดัดแว่นหรือมีปัญหาใดๆ ก็สามารถติดต่อ GLAZZIQ หรือร้านค้าที่เป็นพันธมิตรกันได้ทุกสาขาทั่วประเทศ 

Qlazziq03.jpg

นอกจากนั้น หากลูกค้าท่านใดต้องการลองสินค้าก่อนสั่งซื้อ ทาง GLAZZIQ ยังมีบริการ GLAZZIQ Home Try On ที่เปิดให้ลูกค้าที่มีบัตรเครดิตสามารถสั่งกรอบแว่นไปลองที่บ้านได้ พอลองเสร็จก็แค่นำกล่อง GLAZZIQ Home Try On นี้ไปส่งคืนที่ร้าน 7-Eleven ทุกสาขา ส่วนลูกค้าที่ไม่มีบัตรเครดิต หรืออยากจะลองแว่นหลายๆ รุ่น ก็สามารถแวะไปที่โชว์รูมของ GLAZZIQ ณ ร้าน Printa Caf? ถนนสีลม (หลังวัดแขก) โชว์รูมนี้จะมีลักษณะเป็น Passive Showroom ลูกค้าสามารถมาหยิบลองได้เองตามชอบใจ ไม่มีพนักงานมากดดัน จะลองแว่นไปชิมกาแฟไปก็ยังได้ และเมื่อลองเสร็จแล้วอยากซื้อเลยก็สามารถซื้อทางออนไลน์ได้ทันที  (ทางร้านจะทำโปสการ์ดระบุวิธีสั่งซื้อง่ายๆ ไว้ ณ จุดขาย โดยลูกค้าจะเรียกพนักงานมาช่วยหรือไม่เรียกก็ได้)
 
“รูปแบบธุรกิจของ GLAZZIQ คือการผสานประโยชน์ที่ลูกค้าจะได้รับจากการช้อปปิ้งออนไลน์และออฟไลน์เข้าด้วยกัน เป็นคอนเซปใหม่ที่เรียกว่า Omni Channels เพราะในอนาคตแบรนด์ต่างๆ จะต้องปฏิสัมพันธ์กับลูกค้าในหลายช่องทาง หัวใจอยู่ที่การทำช่องทางเหล่านั้นให้เชื่อมต่อถึงกันได้ เช่นลูกค้าอาจจะบริโภคสื่อจากช่องทางหนึ่ง สั่งซื้อในอีกช่องทางหนึ่ง และส่งคืนผ่านอีกทางหนึ่งก็ได้” 

ความได้เปรียบในการแข่งขัน 

จุดแข็งของทีมผู้บริหาร GLAZZIQ คือทักษะและประสบการณ์ในแวดวงอีคอมเมิร์ซชั้นแนวหน้า (เคยทำงานในองค์กรขนาดใหญ่ระดับ Amazon) ทีมงานจึงสามารถสร้างสรรค์พัฒนาเว็บไซต์และระบบหลังบ้านทั้งหมดขึ้นได้เอง ทำให้การดำเนินงานมีความคล่องตัว ตอบสนองต่อความต้องการของตลาดได้เร็ว และมีความเป็นทีมเวิร์คที่แนบแน่นภายในองค์กร

Qlazziq04.jpg
  
และนอกจากทีมงานที่ดีแล้ว GLAZZIQ ยังมีเครือข่ายธุรกิจที่ดี มีทีมผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและมีประสบการณ์ในอุตสาหกรรมแว่นตามายาวนาน สามารถดูแลเรื่องการดีไซน์แว่น การเลือกใช้วัตถุดิบ รวมถึงการสั่งผลิตสินค้าจากโรงงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ  “โรงงานที่ GLAZZIQ เลือกใช้เป็นโรงงานเดียวกันกับแว่นตาแบรนด์ดังๆ  สินค้าที่ผลิตจึงเชื่อถือได้ในเรื่องคุณภาพ มีความเข้าใจทั้งเรื่องดีไซน์และไซส์ที่เหมาะกับใบหน้าคนเอเชีย”

นอกจากนั้นกลยุทธ์การพัฒนาผลิตภัณฑ์ของ GLAZZIQ ยังคำนึงถึงฟังก์ชั่นและความสวยงามควบคู่กันไป  มีบริการวัดสายตาและการประกอบเลนส์จากคู่ค้าที่มีความชำนาญและได้มาตรฐานระดับสากล  ส่งผลให้ห่วงโซ่การผลิตมีความแข็งแกร่ง

แผนธุรกิจในอนาคต 

Qlazziq06.jpg
 
ผู้บริหารของ GLAZZIQ เผยว่าหลังจากเปิดเว็บมาได้ไม่ถึงครึ่งปี ธุรกิจสามารถทำยอดขายสะสมได้เทียบเท่ากับร้านแว่นที่เปิดมา 1-2 ปี ซึ่งถือเป็นอัตราการเติบโตที่เหนือความคาดหมาย ตัวเลขนี้ทำให้เหล่านักลงทุนหันมาสนใจ GLAZZIQ กันมากขึ้น ทั้งจากวงการสตาร์ทอัพและจากอุตสาหกรรมแว่นตาด้วย “ก่อนหน้านี้แทบไม่มีใครเชื่อว่าเราจะขายแว่นตาทางออนไลน์ได้จริง แต่ตอนนี้เราสามารถวางแผนจะขยายตลาดไปยังประเทศเพื่อนบ้านได้แล้ว โดยจะเริ่มจากสิงคโปร์และมาเลเซียก่อน เพราะตลาดที่นั่นคุ้นเคยกับอีคอมเมิร์ซเป็นอย่างดี และเรามีพาร์ทเนอร์ที่จะช่วยเรื่องบริการวัดสายตากับบริการหลังการขายแล้ว”
 
ปัจจัยสำคัญข้อหนึ่งที่ทำให้ธุรกิจของ GLAZZIQ เติบโตได้เร็วคือการที่ลูกค้าบอกต่อกัน “เพราะหัวใจของธุรกิจนี้คือการมอบประสบการณ์การซื้อแว่นที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นก่อนซื้อ ระหว่างซื้อ หรือหลังซื้อก็ตาม” แนวคิดนี้ทำให้ทีมงานของ GLAZZIQ พยายามอย่างสูงสุดที่จะดูแลแก้ปัญหาต่างๆ ให้กับลูกค้า ทำให้ลูกค้าหลายคนเกิดความประทับใจ และบอกต่อประสบการณ์นี้ให้กับครอบครัวและคนรู้จัก
 
Qlazziq07.jpg
 
ในอนาคต GLAZZIQ ยังมีโครงการที่จะพัฒนา ‘ร้านค้าเคลื่อนที่’ ไปตามจังหวัดต่างๆ และกำลังคิดทำแว่นคอลเลกชั่นพิเศษ (ราคาประหยัด) สำหรับผู้ยากไร้ พร้อมให้บริการวัดสายตาฟรี โดยร้านค้าเคลื่อนที่ดังกล่าวนี้ก็จะใช้ระบบที่ทีมงานพัฒนาขึ้น จึงสามารถสั่งซื้อและส่งออเดอร์ตรงไปที่โรงงาน โดยไม่จำเป็นต้องนำสต๊อกไปด้วยทั้งหมด แค่นำตัวอย่างคอลเลกชั่นไปให้เลือกก็เพียงพอ
 

เกร็ดคิดจากเจ้าของธุรกิจ

“ตลาดบริโภคยุคใหม่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ  เราจำเป็นต้องเตรียมพร้อมรับความท้าทายให้ได้ตลอดเวลา แต่สิ่งหนึ่งที่เราต้องยึดมั่นไม่เปลี่ยนแปลง ก็คือ การทำทุกอย่างให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุด ทั้งจากการซื้อ การใช้ และการบริการของเรา” 

Qlazziq08.jpg

Qlazziq09.jpg



View_profile.jpg
คุณสามารถติดต่อกับนักออกแบบได้โดยตรง  
คลิก view profile เพื่อเชื่อมต่อกับ Glazziq



Share this Article !