+

COTH Studio พลิกหัตถกรรมงานช่างสู่ความร่วมสมัย

11 August 2016 | tcdc | KNOW WHO
ทุกวันนี้ เราเริ่มเห็นนักออกแบบหันมาเปิดสตูดิโอเป็นของตนเองแทนการเข้าออฟฟิศ 9 โมงเช้า เลิกงาน 5 โมงเย็น แต่ละคนต่างมีต้นตอแรงบันดาลใจที่แตกต่าง บ้างต้องการทดสอบฝีไม้ลายมือของตนเอง บ้างต้องการความอิสระในการทำงาน และบางท่านอยากสร้างลายเซ็นพร้อมเอกลักษณ์ของตนเองไว้บนชิ้นงาน วันนี้ผมมีโอกาสได้พูดคุยกับสองนักออกแบบรุ่นใหม่ เฉลิมเกียรติ สมดุลยาวาทย์ (ปริญญาโท ด้านออกแบบผลิตภัณฑ์จากรั้วศิลปากร) และ กวิสรา อนันต์ศฤงคาร (ปริญญาตรี สถาปัตยกรรมภายใน จากรั้วจุฬาลงกรณ์) คู่หูสองขั้วทางการออกแบบที่สามารถนำศาสตร์ทั้งสองมาผสมผสานให้กลายเป็นหนึ่งจนเกิดเป็น COTH Studio สตูดิโอออกแบบที่กำลังสร้างลายเซ็นอันเป็นเอกลักษณ์ของตนเองภายใต้แบรนด์ COTH-ing



ทำไมถึงก้าวออกจากพนักงานประจำ

หลังจากจบการศึกษา ทีมงานเดินเข้าองค์กรใหญ่เพื่อฝึกทักษะด้านการออกแบบ หลังจากการทำงานได้ระยะหนึ่งกลับพบว่า เขาไม่สามารถถ่ายทอดแนวคิดที่สะท้อนความเป็นตัวตนที่แท้จริงของตนเองได้เต็มร้อย สืบเนื่องจากโครงการที่ได้มักเป็นโครงการใหญ่ที่ตามมาด้วยข้อกำหนดและปัจจัยภายนอกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการนำเสนอแนวคิดกับเจ้าของโครงการ งบประมาณที่ได้รับ กระบวนการผลิต กรอบระยะเวลา ฯลฯ จากเดิมที่ตั้งใจไว้ 100 สู่ผลงานที่สะท้อนตัวตนได้เพียงแค่ 20 ด้วยเหตุนี้คู่หูนักออกแบบจึงตัดสินเปิด COTH Studio ในปี ค.ศ. 2015 โดยรับโครงการที่เล็กลงแต่สามารถสร้างเอกลักษณ์ของตนเองผ่านผลงานได้ชัดเจนมากกว่า งานออกแบบที่ COTH Studio สร้างสรรค์มีตั้งแต่การออกแบบพื้นที่ (Space Design) ที่เป็นสเกลใหญ่ไปจนถึงงานออกแบบผลิตภัณฑ์ (Product Design) ขนาดเล็ก โดยมุ่งเน้นการสร้าง “ประสบการณ์ร่วม” ระหว่างการใช้งานเป็นสำคัญ




สร้างลายเซ็นผ่านความเป็นไทยร่วมสมัย

หลายท่านอาจมองว่าความเป็นไทยดูเชย พอพูดถึง “อนุรักษ์” ทีไรก็ดูเหมือนหยุดอยู่กับที่ ขาดการพัฒนา แต่คู่หูนักออกแบบกลับเห็นว่า เราสามารถนำเอกลักษณ์ความเป็นไทยที่ชาติอื่นไม่มีมาสร้างเอกลักษณ์ให้กับชิ้นงานได้ และด้วยความที่ทั้งสองเข้าไปคลุกคลีกับชุมชนถึงถิ่น ทำให้ทั้งคู่เห็นโอกาสในการนำภูมิปัญญางานช่างฝีมือ เช่น งานหัตถกรรม การย้อมผ้า ฯลฯ มาสร้างลายเซ็นให้เกิดขึ้นบนชิ้นงานได้ ดังนั้นผลงานที่สร้างสรรค์จึงไม่ใช่เป็นเพียงแค่สินค้าที่ระลึก (Souvenir Product) แบบไทยจ๋าลายกนกแต่เป็นชิ้นงานที่มีดีไซน์ร่วมสมัย แฝงทักษะงานช่างฝีมืออันโดดเด่นของไทยและตอบสนองไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคได้ ยกตัวอย่างเช่น ผลิตภัณฑ์ภายใต้ชื่อ Thaigram คู่หูนักออกแบบนำเทคนิคการขึ้นรูปด้วยมือ หัตถกรรมทองเหลืองจากช่างฝีมือไทยที่มักทำเป็นพาน หรือขันทองเหลือง มาพลิกรูปแบบเป็นอุปกรณ์จัดเก็บของบนโต๊ะทำงานที่มีความร่วมสมัย พร้อมใช้แผ่นทองเหลืองที่หลงเหลือจากกระบวนการผลิตมาเป็นวัสดุหลัก นอกจากประโยชน์ใช้สอยด้านการจัดเก็บอุปกรณ์เครื่องเขียนแล้ว เรายังสามารถนำชิ้นส่วนทั้ง 8 ชิ้นมาต่อเป็นรูปสัตว์ต่างๆได้ด้วย และด้วยการเล่นนี่เองที่ทำให้ผู้ใช้สัมผัสถึงรายละเอียดและลวดลายต่างๆที่เกิดขึ้นบนชิ้นงานทองเหลืองแต่ละชิ้น เปลี่ยนความสนุกเป็นประสบการณ์ที่เสริมสร้าง “คุณค่า” ลงไปบนผลิตภัณฑ์




อีกหนึ่งชิ้นงานที่น่าสนใจคือ SAAN เก้าอี้นั่งที่นำเทคนิคการสานหวายผสมผสานกับผ้าย้อมคราม ก่อนเริ่มต้นงานออกแบบ ทั้งคู่สังเกตว่า เก้าอี้หวายที่ขายอยู่ตามท้องตลาดมักมีเบาะผ้านุ่มๆมาวางไว้ด้านบนเพื่อให้ผู้ใช้นั่งสบาย จากจุดนี้เองทำให้มีแนวคิดในการนำไหมย้อมครามมาสานร่วมกับหวาย เพื่อให้เก้าอี้นั่งมีความนุ่มนั่งสบายโดยที่เราไม่ต้องผลิตเบาะผ้าอีกหนึ่งชิ้นมาวางไว้ด้านบน จากเก้าอี้หวายแบบเดิมๆที่เราเคยพบกลายเป็นเก้าอี้หวายลายใหม่ที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นแต่ยังคงใช้เทคนิคการสานแบบเดิม 





ทั้งสองชิ้นงานแสดงให้เห็นถึงแนวคิดในการนำหัตถกรรมงานช่างฝีมือของไทยมาเป็นต้นทุนด้านกระบวนการผลิต จากนั้นนำงานออกแบบมาปรับรูปทรงพร้อมสร้างเอกลักษณ์ลงบนผลิตภัณฑ์เพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ และนี่คือลายเซ็นของ COTH Studio ที่นำความเป็นไทยมาสร้างสรรค์ผลงานให้มีความร่วมสมัย

สร้างความเชื่อมั่นการันตีแบรนด์ผ่านเวทีประกวด

ทั้งคู่มองว่าเวทีประกวด คืออีกหนึ่งมาตรฐานทางการออกแบบที่ช่วยการันตีผลงานการออกแบบได้ เพราะคณะกรรมการแต่ละท่านล้วนมีความเชี่ยวชาญด้านการออกแบบ ยิ่งเวทีไหนมีชื่อเสียง รางวัลที่ได้ก็ช่วยเพิ่มความภาคภูมิให้กับตัวนักออกแบบมากขึ้นเช่นกัน เช่น Sight Sound Soul ผลิตภัณฑ์เสริมสร้างบรรยากาศภายในห้องเพื่อให้ผู้ใช้ผ่อนคลายมีสมาธิ โดยใช้เสียงของหยดน้ำเป็นตัวช่วยให้ผู้ใช้มีสมาธิง่ายขึ้นพร้อมสร้างบรรยากาศภายในห้องด้วยแสงไฟที่ส่องผ่านคลื่นน้ำ ผลงานชิ้นนี้ได้รับรางวัล Honourable Mention จากเวที Reddot Award 2015 เป็นการการันตีผลงานของ COTH Studio ในเวทีระดับนานาชาติ 

นอกจากนี้ COTH Studio ยังได้รับรางวัล 3rd Prize จาก Interni Design Competition กับผลงาน Cloudy Day : Energy Caf? ที่นำแนวคิดเรื่องแสงเงาที่ส่องผ่านก้อนเมฆมาเป็นแรงบันดาลใจในงานออกแบบร้านกาแฟแบบประหยัดพลังงาน ทีมงานเลือกใช้แผ่นเหล็ก (Steel Perforated Panel) เจาะช่องเป็นรูขนาดแตกต่างกันมาทำเป็นผนัง เพิ่มความโปร่งให้กับพื้นที่ แสงเงาที่รอดผ่านผนังให้ความรู้สึกคล้ายแสงที่รอดผ่านก้อนเมฆ ผนังทุกด้านสามารถปรับเป็นช่องทางเดินเพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการจัดพื้นที่อีกทั้งยังสามารถปรับเป็นโต๊ะสำหรับวางแก้วกาแฟได้ด้วย




ถ้าเริ่มต้นจาก “ความรัก” ไม่มีคำว่าท้อ

นอกจากความเชี่ยวชาญด้านการออกแบบแล้ว ทั้งคู่มองว่าการบริหารจัดการภายในองค์กรเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งที่นักออกแบบไม่ควรมองข้ามถ้าคิดจะเปิดสตูดิโอเป็นของตนเอง เพราะขอบเขตการทำงานไม่ใช่การออกแบบเพียงอย่างเดียว แต่เราจะเข้าไปคลุกคลีตั้งแต่การรับบรีฟ (Design Brief) การต่อรองราคา กระบวนการออกแบบ การนำเสนอผลงาน ติดต่อผู้ผลิตพร้อมควบคุมกระบวนการผลิต รวมไปถึงการหาช่องทางการจำหน่าย ฯลฯ ดังนั้นก่อนที่จะเริ่มต้นสร้างธุรกิจ ควรถามใจตัวเองก่อนว่า “รัก” งานหรือไม่ และพร้อมที่จะ “ต่อสู้” กับมันหรือเปล่า ถ้าคำตอบคือ “ใช่” เราจะไม่มีความย่อท้อ เพราะทุกปัญหาที่เข้ามาคือ “ความท้าทาย” ที่เราต้องฟันฝ่า สำหรับ COTH Studio แล้ว งานออกแบบที่ทำเปรียบได้กับงานอดิเรก ดังนั้นทั้งคู่จึงไม่รู้สึกเหนื่อย หรือท้อแท้ไปกับมัน

หยิบประโยชน์จากอินเทอร์เน็ตมาใช้อย่างสูงสุด

ถ้าพูดถึงโลกอินเทอร์เน็ต ทีมงานมองว่าการสร้างเว็บไซท์ของสตูดิโอคือการสื่อสารกับคนทั่วไปว่าเอกลักษณ์ของ COTH Studio เป็นเช่นไร เพราะเราสามารถออกแบบเว็บไซท์ตามภาพลักษณ์ของแบรนด์ได้ แต่การใช้เครื่องมือสื่อสารอย่าง Facebook หรือ Instragam จะถูกตีกรอบตามรูปแบบและข้อกำหนดของสื่อออนไลน์นั้นๆ ทำให้ความเป็นตัวตนของแบรนด์ไม่สามารถแสดงได้อย่างเต็มที่ แต่ข้อดีของสังคมออนไลน์คือความรวดเร็วในการพูดคุยกับลูกค้า แตกต่างจากเว็บไซท์ที่เป็นการสื่อสารแบบทางเดียวมากกว่า

มองอนาคตในอีก 3 ปีข้างหน้าไว้จุดใด

เนื่องจาก COTH Studio เพิ่งเปิดตัวได้เพียงปีเศษ ดังนั้นการทำงานจึงมุ่งเน้นในการสร้างรากฐานทางธุรกิจที่มั่นคง แทนการตั้งเป้าที่เม็ดเงินเป็นหลัก ทีมงานให้ความสำคัญกับ ”การเรียนรู้” ควบคู่ไปกับการทำงาน เพื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์พร้อมสร้างเอกลักษณ์ภายใต้แบรนด์ COTH-ing ให้ชัดเจนยิ่งขึ้น

ข้อคิดประเด็นเด็ด

- COTH Studio ใช้เอกลักษณ์งานหัตถกรรมไทยมาพลิกรูปแบบสร้างผลิตภัณฑ์ร่วมสมัยพร้อมสร้างเอกลักษณ์ให้กับแบรนด์
- COTH Studio ใช้เวทีการประกวดทั้งระดับประเทศและนานาชาติเป็นตัวสร้างความเชื่อมั่นพร้อมการันตีคุณภาพให้กับแบรนด์
- ควรสร้างธุรกิจจากสิ่งที่รัก เพราะมันมีส่วนช่วยให้เรามอง “ปัญหา” เป็น “ความท้าทาย”
- ก่อนก้าวกระโดดไปไกล เราควรสร้างรากฐานของแบรนด์ให้มั่นคงเสียก่อน ดังนั้นในช่วงต้นของการทำงาน การสร้างสรรค์ผลงานที่มีเอกลักษณ์มีความจำเป็นมากกว่าการมุ่งหาผลกำไรเป็นหลัก





View_profile.jpg
คุณสามารถติดต่อกับนักออกแบบได้โดยตรง  
คลิก view profile เพื่อเชื่อมต่อกับ COTH Studio



Share this Article !