+

Viral clip ทำอาหารสานฝันเงินล้าน

03 November 2016 | Others | KNOW WHO
ในปัจจุบันซึ่งเป็นยุคของเศรษฐกิจแบบดิจิตอลซึ่งผู้คนใช้ชีวิตกันอย่างเร่งรีบ จึงไม่อาจปฏิเสธได้ว่ามนุษย์เรานั้นได้เสพข่าวและสรรหาความบันเทิงต่างๆจากทางอินเทอร์เนตและsocial media มากยิ่งขึ้นจนลดการบริโภคข่าวสารจากรายการโทรทัศน์ลง ประกอบกับการเกิดชึ้นของทีวีดิจิตอลทำให้ช่องโทรทัศน์เกิดขึ้นอย่างมากมายราวกับดอกเห็ด ทำให้ค่าโฆษณาลดลงอย่างเห็นได้ชัด ผนวกกับความนิยมทางsocial media ทำให้เเบรนด์สินค้าดังๆเปลี่ยนกลยุทธการทำการตลาดจากที่เคยอยู่แต่ในโทรทัศน์หรือสื่อสิ่งพิมพ์เปลี่ยนลงมาทำการตลาดใน Facebook Youtube Instagram  Twitter และอื่นๆที่ไม่ได้กล่าวถึง มากยิ่งขึ้น 



ประกอบกับวิธีการประชาสัมพันธ์ซึ่งเรียกว่า Viral Clip คือการสร้างคลิปที่มีความยาวสั้นๆ แต่มีเนื้อหาที่สามารถสร้างความประทับใจ สร้างimpact ให้กับผู้ชมได้ ทำให้เกิดการแชร์ส่งต่อกันไปอย่างรวดเร็วในระยะเวลาไม่นานจนเกิดเป็น social impact เป็นที่พูดกัน หรือเป็นกระแสในสังคม  มีผู้ใช้ Viral Clip ในการทำแคมเปญ เพื่อช่วยเหลือสังคม หรือทำตลาดจนสามารถเพิ่มยอดขายให้แบนนด์สินค้าได้ถึงหลายล้านบาทได้ 
 


หนึ่งในViral Clip ที่ออกมาสร้างกระแสและความเปลี่ยนแปลงในปัจจุบันผู้เขียนเห็นว่าคงเป็น Viral Clip เกี่ยวกับการทำอาหารครับเป็นเรื่องปกติในสังคมออนไลน์ที่เราจะเห็นเพื่อนของเราแชร์ภาพอาหาร  ของกินกันยามดึก 
รวมไปถึงคลิปการทำอาหารขนาดสั้นที่ผู้ชมสามารถเลือกใช้วัตถุดิบที่มีอยู่ใกล้ตัว  หาง่ายตามบ้าน มาสร้างสรรค์เมนูอาหารยามดึกได้ หากให้วิเคราะห์เปรียบเทียบข้อได้เปรียบระหว่างViral Clip การทำอาหารกับรายการอาหารในปัจจุบัน Viral Clip ถือว่ามีความได้เปรียบอยู่มาก กล่าวง่ายคือ ใช้ต้นทุนที่ถูกกว่า  ผู้ผลิตไม่ต้องเสียเวลาจ้างพิธีกรรายการอาหาร  และการจัดฉากสำหรับถ่ายทำที่ต้องใช้เวลานานและค่าใช้จ่ายจิปาถะที่สูง แต่สามารถถ่ายทำเองได้ที่บ้าน  และใช้แทบไม่ต้องใช้เวลาในการจัดแต่งสถานที่เลย  ประกอบกับเจาะกลุ่มเป้าหมายที่เน้นดูแต่การทำอาหารและเสน่ห์ของอาหารโดยไม่ใส่กับองประกอบอื่นๆจึงทำให้การใช้Viral Clip เป็นแนวทางการทำรายการแบบใหม่ที่ตรงใจผู้ชมในอีกหลายกลุ่มและอาจแบ่งส่วนแบ่งผู้ชมจากรายการปกติได้ไม่มากก็น้อย
ตัวอย่างที่ผมจะยกมาวันนี้เป็นแฟนเพจ Tasty ที่มีการทำรายการอาหารแบบViral Clip ซึ่งผลตอบรับนั้นค่อนข้างดีมากมียอดไลค์ถึง 61ล้านไลค์ และยอดวิวในแต่ละคลิปซึ่งบางคลิปก็สูงกว่านั้น จะเห็นได้ว่า  คลิปค่อนข้างเน้นไปที่เนื้อหาของการทำอาหารเนื่องจากระยะเวลาของคลิปค่อนข้างสั้น การตัดวิดีโอแบบเร็ว และลดความยาวคลิปเหลือเพียง 1-2 นาที ทำให้ผู้ชมไม่เบื่อและไม่อาจห้ามใจตนเองให้ไปดูคลิปอื่นได้ เมนูอาหารส่วนใหญ่จะเป็นเมนูอาหารที่สามารถทำเองได้ที่ผ่านโดยใช้สัตถุดิยที่สามารถหาได้ง่ายทั่วไปตามท้องตลาด  ในวงการรายการทำอาหารแบบViralClipนี้ไม่ได้มีเพียงแค่ Tasty เท่านั้น ในสหรัฐอเมริกา ยังมีเจ้าอื่นๆอย่างเช่น Tastemate และ Tip Hero ที่พร้อมจะโกยส่วนแบ่งคนดูออกไปจากท้องตลาด
   
Tasty 
แฟนเพจยอดนิยมอันดับ1 ของโลกด้านการทำ Viral Clip รายการอาหาร เมนูอาหารส่วนใหญ่เน้นไปที่อาหารประเภทชีส ซึ่งเป็นที่นิยมในสหรัฐ


Tastemate
ตัวนี้เป็นคลิปการทำเครื่องดื่มครับ จะสังเกตได้ว่าจุดแข็งที่ดีกว่าของ Tasty คือมีการทานให้ดูครับ ซึ่งจะช่วยกระตุ้นความยากและเพิ่มความน่าสนใจมากกว่าของ Tasty


Tip Hero
นั้น ผมชื่นชอบ Production มากที่สุดครับแม้ว่าอาหารของทั้งสามเพจข้างต้นจะมีภาพที่สวยงามไม่แพ้กัน แต่Productionของ Tip Hero มีการใส่ลูกเล่น และคำอธิบายที่มากกว่าสองเพจแรกทำให้สามารถทำความเข้าใจได้ง่ายกว่า    


C-Channel

ก็กำลังหันมาทำการตลาดเช่นนี้เช่นกันแต่เน้นไปทางอาหารญี่ปุ่นเพื่อสนองความต้องการของคนญี่ปุ่นผู้ซึ่งเป็นผู้บริโภครายใหญ่ของบริษัท แต่ตัวคลิปมีการพัฒนากว่าแบบของสหรัฐ  ก็เป็นรายการแนวญี่ปุ่นและครับ  แต่จำนวนคลิปยังไม่ออกมามากนะครับ อาจจะอยู่ในระหว่างการเริ่มทำการผลิตแต่ส่วนตัวผมว่า ตัวคลิปกินระยะเวลาถึงสามนาทีซึ่งค่อนข้างมากในการทำViral Clipแนวนี้ครับ ผู้ชมอาจเบื่อก่อนได้
 

Wongnai  
ส่วนทางประเทศไทยเอง  ก็มีผู้ทำการตลาดแบบนี้แล้วโดยเป็นเจ้าใหญ่ในวงการเว็บรวมร้านอาหารชื่อดังอย่าง Wongnai  ต้องคอยติดตามดูครับว่าผลตอบรับจะเป็นอย่างรันบ้าง  ส่วนตัวรู้สึกภูมิใจครับที่ทางประเทศไทยเองก็มีอยู่เหมือนกัน แต่จะดีกว่านี้ไปไม่น้อยถ้ามีคลิปทำอาหารแบบนี้เป็นเมนูอาหารไทย ส่วนตัวเพราะผู้เขียนอยากให้เมนูอาหารไทยแพร่ไปไกลทั่วโลกครับ อยากให้ผู้คนทั่วดลกได้ลองมีโอกาสทานอาหารอร่อยๆแบบบ้านเราบ้าง เพราะอาหารไทยนั้นเป็นที่รู้จักไปทั่วโลกแต่มีจำนวนน้อยที่ทำอาหารไทยเป็นและทำให้อร่อย ฝากไปถึงผู้บริหารด้วยครับ



กล่าวโดยสรุปจากกระแสการสร้างViral Clipทำอาหารเผยแพร่ลงซึ่งsocial media เช่นนี้เป็นเขย่าวงการรายการทำอาหารในโทรทัศน์ หลายรายการถึงเวลาที่ต้องหันมาปรับกลยุทธ์ของตนเองเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว เมื่อถึงยุคที่ผู้คนสนใจเมนูอาหารเป็นหลักมากกว่าแบรนด์ของรายการ พิธีกร และการอธิบายแฝงโฆษณาดูเหมือนเป็นสิ่งที่ไม่จำเป็นอีกต่อไปในรายการทำอาหารในยุคปัจจุบัน อย่างไรก็ตามสิ่งที่ขาดไปจากเดิมเห็นจะเป็นเคล็ดลับการทำอาหารที่ผู้ชมจะได้รับจากการฟังพิธีกรบรรยายจากพิธีกรนั้นเอง 

ขอบคุณรูปปประกอบจาก Fanpage : Tasty , Tatemate ,Wongnai  , C Channel 
Share this Article !