+

เมียงมองเซรามิคเชียงใหม่ ส่องงานเจ๋งจาก Chiangmai Design Week 2016

06 March 2017 | tcdc | KNOW WHO
เชียงใหม่ เมืองแห่งศิลปวัฒนธรรมที่เต็มไปด้วยงานหัตถกรรมขึ้นชื่อ ในงานเชียงใหม่ ดีไซน์ วีค 2016 ก็มีงานเซรามิคมาร่วมจัดแสดงในโชว์เคสมากมาย TCDCCONNECT ได้สัมภาษณ์ คุณอินทพันธุ์ บัวเขียว ผู้อำนวยการ TCDC เชียงใหม่ผู้มองเห็นทั้งภาพรวม และมุมมองเล็กๆ เจาะลงไปถึงแต่ละผลิตภัณฑ์

ภาพรวมของตลาดเซรามิคในเชียงใหม่เป็นอย่างไรบ้าง


 
“ตลาดงานเซรามิคในเชียงใหม่ตอนนี้ยังอยู่ในช่วงที่ขยับตัวได้ลำบาก เป็นเพราะภาพรวมทางเศรษฐกิจทั้งภายในและภายนอกประเทศที่ซบเซา มีบางรายที่ดีและพออยู่ได้ ก็เพราะความสามารถของตัวเขาเองและความเชื่อถือหรือความสัมพันธ์กับลูกค้าที่รักษาไว้ดีอยู่แล้วมากกว่า ไม่ใช่เพราะภาพรวมของตลาด ตัวอย่างเช่นทางยุโรป ตอนนี้โปรตุเกสเป็นแหล่งผลิตที่ตีตื้นขึ้นมา เพราะทำได้คล้ายๆ กัน แต่ได้เปรียบเพราะไม่มีค่าส่งทางไกลและมียกเว้นภาษีที่เป็นข้อตกลงของเครือ EU เป็นต้น”

เอกลักษณ์ของงานเซรามิกที่เชียงใหม่เป็นอย่างไร มีความโดดเด่นอย่างไร เมื่อเทียบกับงานจากภาคอื่นๆ

“เซรามิกเชียงใหม่มีความเป็นงานศิลปะ หรือหัตถอุตสาหกรรมมากกว่าเป็นงานอุตสาหกรรม ทำให้มีเอกลักษณ์สื่อถึงความอ่อนโยนทางจิตใจ เป็นเครื่องครัวที่ดูอบอุ่นน่าใช้ การที่เซรามิคเชียงใหม่มีความละเอียดอ่อนช้อยและเป็นงานมือมากกว่างานเครื่องจักร เพราะในประวัติศาสตร์ พลเมืองชาวเชียงใหม่ที่ถูกต้อนมานั้นมีช่างฝีมืออยู่มาก ส่งผลให้มีพื้นฐานนี้อยู่ ต่อมาก็พัฒนาแตกออกเป็น 2 ทาง หนึ่ง มีความรู้ด้านงานเครื่องปั้นดินเผาอย่างดี แล้วพัฒนาสืบต่อกันมา (ซึ่งน่าจะ มีสัดส่วนน้อยกว่าอย่างที่สองมาก) สอง คือเลียนแบบต่อๆ กันมา เป็นความประณีตที่ไม่ได้ผ่านการศึกษาและเข้าใจถึงแก่น แต่ทำซ้ำต่อๆ กันมาจนเกิดความชำนาญ ซึ่งคิดว่าทางแรกมีสัดส่วนน้อยกว่าทางที่สองมาก แต่อย่างน้อยก็ทำซ้ำด้วยกระบวนการช่างที่มีความปราณีตอยู่พอสมควร


ภูมิปัญญาดั้งเดิมของเครื่องปั้นเชียงใหม่เป็นอย่างไร มีการประยุกต์รูปแบบร่วมสมัย หรือนวัตกรรมเข้าไปอย่างไร ช่วยยกตัวอย่าง

“งานเซรามิคเติบโตมาจากการทำเป็นของใช้ ทางเหนือเราน่าจะมีงานเครื่องปั้น 2 แขนงใหญ่คือ งานดินเผา กับงานเซรามิคและงานพอร์ซเลนงานดินเผาเป็นงานพื้นๆ ที่ยังพอมีให้เห็นบ้างตามบ้าน อย่างพวกน้ำหม้อที่ตั้งอยู่หน้าบ้านแต่ละหลังของชาวบ้านสมัยก่อน มีกระบวยแขวนอยู่ ใครไปใครมาก็ตักกินได้ น้ำต้น (เหมือนที่เห็นอันใหญ่ๆ ตรงแยกสะเมิง) กระถางดินเผา รวมไปถึงโอ่งมังกร (เห็นได้ชัดว่ามาจากจีน) งานดินพวกที่ว่ามาสันนิษฐานว่าเป็นองค์ความรู้และวัฒนธรรมร่วมของทางเหนืออยู่แล้ว อย่างล้านนา ยูนนาน สิบสองปันนา ลาว พม่า และคงมีการถ่ายทอดกันทุกวัฒนธรรมระดับชาวบ้านด้วยกัน

“งานเซรามิคและงานพอร์ซเลน เป็นองค์ความรู้และอิทธิพลที่ได้จากจีน มาพร้อมการอพยพย้ายถิ่นฐานของคนจีนโพ้นทะเล เช่น ชามตราไก่ของลำปาง ก็มาพร้อมกับคนจีนอพยพที่นำวัฒนธรรมและความรู้ของตนติดตัวมา ประจวบกับทางลำปางมีแหล่งดินขาว ซึ่งเหมาะแก่การเผาถ้วยชามในอุณหภูมที่ไม่สูงมาก ถ้าย้อนไปดูชามตราไก่ดั้งเดิมขนาดจะไม่ใหญ่มาก เนื่องจากถูกใช้เป็นชามใส่ข้าวต้มของชาวจีนนั่นเอง ต่อมาภายหลังถึงมีการปรับขนาด และรูปแบบให้หลากหลายขึ้น


 
“ส่วนอื่นก็มากับการค้า มาจากการหยิบยืม เชื่อมโยงกับวัตถุดิบที่หาได้ในท้องถิ่น ประกอบเข้ากับองค์ความรู้เฉพาะกลุ่มครอบครัวสายช่าง ซึ่งผ่านการลองผิดลองถูกศึกษามาเยอะ เครื่องไม้เครื่องมือค่อนข้างซับซ้อน เกิดขึ้นจากการต้องการทำสิ่งที่เป็นเลิศ ซึ่งก็ยืนพื้นบนวัตถุประสงค์ของสัญลักษณ์ทางอำนาจ ไม่ว่าจะเป็นศาสนาหรือการเมือง คือถ้าว่ากันกว้างๆ เรื่องศิลปะ สถาปัตยกรรม อาหาร เครื่องนุ่งห่ม ปัจจัย 4 หรือสิ่งก่อสร้างต่างๆ ก็ตามประเภทชนชั้นและกลุ่มของคน จึงมีงานแบบชาววังกับชาวบ้าน (ซึ่งต่อๆ มามันก็มีหยิบยืมแลกเปลี่ยนกัน) มีแบบละเอียดเนี้ยบ เพราะต้องการสื่อสารเรื่องของอำนาจในการเข้าถึงความเป็นเลิศ การมีครอบครอง และแบบหยาบๆ เพราะต้องการแค่การใช้สอยในชีวิตประจำวันเท่านั้น บนพื้นฐานเหล่านี้ ที่บางคนก็เข้าใจตามนี้บ้าง หรือเข้าใจเป็นอย่างอื่นบ้าง หรือไม่เข้าใจ หรือไม่สนใจ แล้วก็ทำสืบต่อกันมา ประยุกต์บ้าง ไม่ประยุกต์บ้าง นวัตกรรมบ้าง ไม่นวัตกรรมบ้าง จริงบ้าง ไม่จริงบ้าง”

“ยกตัวอย่างจากประสบการณ์ที่เคยสอบถามจากนักออกแบบไทย คุณสร้างสรรค์ ณ สุนทร กับเปรมประชา แรกๆ ก็ทำงานเบญจรงค์ ที่เปรมประชาทำงานต่างๆ ลายไทยบ้าง ปนลายฝรั่งบ้าง เป้าหมายก็คือให้มีงานหลากหลาย เพื่อเข้าถึงลูกค้าหลายแบบหลายความชอบ สุดท้ายก็พยายามจะทำให้ตรงกับรสนิยมของตลาดที่เขาค้าขายอยู่ ซึ่งมันเป็นเรื่องปกติของการดำรงชีวิต ต้องกินต้องขาย อันไหนขายได้ก็ไปทางนั้น แตกยอดแตกลายไปทางที่ขายได้ หาทางใหม่จับนู่นลองนี่ไปเรื่อยๆ ถ้าจะมีเอกลักษณ์ที่ถูกพัฒนาขึ้นมา สมัยก่อนก็เพื่อการแบ่งแยก เพราะคนแต่ก่อนอยู่เป็นกลุ่ม ที่เห็นชัดๆ เช่น ผ้าชาวเขา เป็นเผ่าๆ เผ่าไหนลายนั้น ทำซ้ำทั้งเผ่าเลย เพราะถ้าเปลี่ยนแบบแตกลายเดี๋ยวได้หลงเผ่ากัน เข้ากลุ่มไม่ได้  ส่วนประเด็นเรื่องการตีความนั้นเป็นของใหม่ การมีตนตัว มีลายเซ็น มีเอกลักษณ์ของสินค้าเป็นของใหม่ และมันก็หยิบยืมกันมาเป็นทอดๆ พอนักออกแบบอย่างคุณสร้างสรรค์เข้ามาช่วย ก็มาช่วยเกลางานที่มันเยอะๆ คัดให้เหลือน้อยลง ให้ได้สัดส่วน งานใหม่ก็ออกแบบโดยพยายามดึงเอาบางจุด บางประเด็นในสิ่งซึ่งมาจากมุมมองส่วนตัวที่ว่าเป็นล้านนาหรือคนเมืองมาแปลงลงไป แต่ก็เป็นแบบที่เพื่อให้คนยุโรปรับได้หรือเข้าใจ เพราะลายเยอะๆ เขาไม่เอา



“ผมขอยกตัวอย่างผลงานของคุณสร้างสรรค์กับเปรมประชา ซึ่งคุณสร้างสรรค์ได้ช่วยอธิบายไว้ว่า ชุด HOY (ฮอย หรือ รอย) ที่เขาออกแบบว่า ‘เป็นการทำงานด้วยกระบวนการประดิษฐ์คิดค้น ซึ่งเป็นไอเดียหลักของคอลเลกชั่น ฮอย เป็นภาษาคำเมืองที่แปลว่าร่องรอย เป็นความทรงจำที่ปรากฎในชิ้นงานอันเกิดจากการเผาและสัมผัสโดยไฟ ร่องรอยนั้นปรากฎบนพื้นผิวและขาซึ่งซ่อนอยู่ รูปทรงกลมสมบูรณ์ก่อนการเผานั้นถูกปรับแต่งขึ้นมาระหว่างกระบวนการ ส่วนโครงของขาและความโค้งนั้นได้แรงบันดาลใจมาจากสัดส่วนและรูปทรงของตะกร้าไม้ไผ่ที่พบบ่อยในไทยนั่นเอง’
เขาพยายามยกตัวอย่างผ่านงานออกแบบ แนะทีมของเปรมประชาว่า เขาเริ่มคิดงานอย่างไร พัฒนาอย่างไร



งานเซรามิคโดยพื้นฐาน จะชอบทำหนาเพราะกลัวแตกง่าย เพราะมันไม่แข็งเหมือนพอร์ซเลน แต่เขาพยายามทำให้บางลงเพื่อดูละเมียดละไม ประณีตขึ้น แต่ไม่ถึงกับแตก โดยขั้นตอนการผลิตก็ต้องมีคุยเรื่องเทคนิคกัน เรื่องหล่อ เรื่องการทำแบบ เรื่องดิน เรื่องเผา ถามว่าเป็นนวัตกรรมทางการออกแบบและผลิตไหม ก็คุยกันได้อีก เรื่องทรงเรื่องสี รูปแบบร่วมสมัยรึเปล่าก็คุยกันยาวอีก คุณสร้างสรรค์เล่าให้ฟังอย่างนั้นครับ”

ตลาดเซรามิคในเชียงใหม่มีแนวโน้มการเติบโตต่อไปอย่างไร

“ตลาดยังพอมีแนวโน้มการเติบโต สิ่งที่เป็นปัจจัยสำคัญสำหรับการเติบโตนี้คือรูปแบบหรืองานดีไซน์นั่นเอง ราคายังเป็นเรื่องรองลงมา เนื่องจากว่าเซรามิคมีข้อเสียสำหรับการส่งออก คือเป็นสินค้าที่มีน้ำหนัก ต้องการพื้นที่และแตกหักได้ ถ้าไม่มีการขนส่งที่มีประสิทธิภาพ อีกทั้งในปัจจุบันที่ใครๆ ก็เข้าถึงวัตถุดิบ องค์ความรู้ และเครื่องมือการผลิตได้พอๆ กัน 
ฉะนั้น การหารูปแบบ หรือเทคนิคใหม่จึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งในการเข้าถึงใจลูกค้า โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าปัจจุบัน ที่ต้องการความเป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร วิสัยทัศน์ creative / art / design direction จะเป็นปัจจัยสำคัญในการผลักดันและกำหนดตลาด การตอบตลาด การสร้างตลาด”

ส่องแบรนด์เจ๋งจากโชว์เคส

เมื่อได้มองเห็นประวัติศาสตร์และภาพรวมในปัจจุบันของเซรามิคเชียงใหม่จากผู้อำนวยการ TCDC เชียงใหม่แล้ว เรามาส่องกันต่อถึงแบรนด์เซรามิคเจ๋งๆ ที่คัดมาจาก CMDW 2016

Chatchaiwat Pottery Studio



งานเซรามิคที่เน้นกระบวนการแบบดั้งเดิม และการใช้วัสดุธรรมชาติในการทำสีสัน การใช้ความร้อนสูงในการเผาทำให้เกิดรอยแตกขึ้นในเนื้อสี ความไม่สมบูรณ์นั้นนำไปสู่ความงามที่มีเอกลักษณ์ ไม่เพียงแค่นั้น เขายังหยิบจับเอาเซรามิคที่แตกพังมาจัดองค์ประกอบ หลอมรวมเข้าด้วยกันใหม่ เกิดเป็นประติมากรรมที่มีคุณค่า

Lamunlamai Craftstudio



 สัมผัสของเซรามิคคือผัสสะที่สำคัญ เพราะเซรามิคเป็นของใช้ใกล้ตัว ใกล้มือ และใกล้ปาก ละมุนละไม คราฟต์สตูดิโอสร้างผลงานได้ละไมสมชื่อ เพราะมีความละเอียดในการใช้เทคนิคสารพัด ทั้งขึ้นรูป การสร้างฟอร์มใหม่ ทำลวดลาย ตกแต่งผิว เคลือบสีแบบต่างๆ สลับทับซ้อนกันอย่างน่าสนใจ จนต่อให้มาจากคนละเซ็ทกัน ก็สามารถอยู่ด้วยกันได้
 

CLAYDAY



ประติมากรรมเซรามิคที่กลมป่องน่ารักนี้ ที่จริงต้องการสะท้อนศิลปะล้านนาให้มาอยู่ในความร่วมสมัย จากภาพจิตรกรรมฝาผนัง 2 มิติ คติความเชื่อ ประเพณี และวัฒนธรรมของเมืองเหนือหลายอย่างถูกตีความออกมาเป็นชิ้นงาน 3 มิติ เป็นความสนุกสนานที่ซ่อนเรื่องราวลึกซึ้ง พร้อมเทคนิคการเผาและเคลือบ โดยต่อยอดจากเทคนิคการทำเซรามิคของญี่ปุ่นจนกลายมาเป็นเทคนิคเฉพาะตัว

Mai Ngam Tiles

 

กระเบื้องไม้งามมีประสบการณ์ในการทำกระเบื้องหลายประเภท โดยเฉพาะกระเบื้องเซรามิคที่นำลวดลายของกระเบื้องแบบโบราณมาใช้ ในโชว์เคสของ CMDW 2016 นี้ ก็ได้สร้างสรรค์คอลเลกชั่นพิเศษขึ้นมาโดยเฉพาะ ที่ได้ร่วมมือกับกลุ่มจักสานของทางภาพเหนือกลายเป็นลวดลายที่สื่อถึงธรรมชาติ ทั้งยังได้ใช้สีธรรมชาติ เช่น ครามในการเพนท์กระเบื้องอีกด้วย เมื่อมารวมกับการจัดแสดงก็ยิ่งคลี่คลายสู่ความสวยงาม

ZAN Design



ผลิตภัณฑ์เซรามิคเคลือบเอนาเมลจากไต้หวัน ซึ่งนำความร้อนมาใช้เป็นพู่กันสะบัดแปรงสร้างความงดงามให้กับเนื้อดินและทองแดงซึ่งสร้างริ้วแวววาวไปตามขอบและในเนื้องาน เป็นการนำภูมิปัญญาทำเครื่องปั้นดินเผาแบบจีนมาประยุกต์กับเทคนิคสมัยใหม่ นำเสนอเป็นข้าวของซึ่งสะท้อนวิถีชีวิตของชาวไต้หวัน ไม่ว่าจะเป็นชุดน้ำชา หรือภาชนะจุดเครื่องหอมในรูปทรงธรรมชาติและนามธรรมที่มีความคลาสสิคและร่วมสมัย

Gardenwednesday



จะมีสักกี่ครั้งที่เราเห็นการจับคู่เซรามิคเข้ากับของเหลือใช้ พูดง่ายๆ ว่าเป็นขยะสำหรับบางคนก็ได้ แบรนด์นี้หยิบเอาเศษเหล็ก และวัสดุต่างๆ มาจับคู่เข้ากับเซรามิค ดัดทรง แต่งสีให้กลายเป็นของใช้ที่แต่งบ้านได้เหมือนประติมากรรม นอกจากนี้ยังมีคอลเลกชั่นจานชาม ถ้วยถาดต่างๆ ที่น่ารักสดใสมาในสไตล์ปากนิดจมูกหน่อยดูแล้วสบายตาน่าพากลับบ้าน

Dung Jai Ceramics



งานเซรามิคที่ทำด้วย “ดวงใจ” ใส่ใจลงไปในพื้นฐานที่สุด เช่น คอลเลกชั่น “Stone” หรือ “หิน” ศิลปะซึ่งธรรมชาติสร้างสรรค์ขึ้น เฉกเช่นเดียวกับเซรามิคที่เป็นการรวมตัวกันของธาตุทั้ง 4 ดิน น้ำ ลม และไฟ เปลี่ยน “ดิน” ให้กลายเป็น “หิน” ซึ่งแข็งแกร่ง แต่เมื่อถูกธรรมชาติขัดเกลาจนกลมกลึงก็กลายเป็นงานศิลปะที่กลมกลืน สามารถใช้งานได้หลากหลาย

FEM



FEM เป็นภาษาสวีดิชหมายถึง เลข 5 ซึ่งแบรนด์ต้องการสื่อถึงธาตุทั้ง 5 ที่เป็นองค์ประกอบในการสร้างสรรค์เซรามิค คือ ดิน น้ำ ลม ไฟ และมนุษย์ อันเป็นหัวใจในการทำงานของ FEM ที่นำแรงบันดาลใจจากศิลปะในทวีปเอเชียมาผสานเข้ากับความร่วมสมัยและวิถีชีวิตของคนรุ่นใหม่ เพื่อเชื่อมโยงศิลปะเข้าสู่การใช้งานในชีวิตประจำวันให้มีความสะดวกสบายและรื่นรมย์

PaChaNa Studio



หลักฐานสำคัญที่แสดงถึงความรักในงานก็คือการทดลองที่ไม่สิ้นสุด ซึ่งนักออกแบบสนุกสนานกับการเดินทางค้นหาเทคนิคในการสร้างสรรค์เซรามิคออกมาเป็นข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ ไม่ใช่แค่ดีไซน์ที่น่าสนใจ ยัง “เล่น” ไปถึงวิธีการใช้งาน เช่น การรินน้ำชาแบบเฉื่อยช้า ซึ่งทำให้ผู้ใช้ได้เพลิดเพลินกับการหยิบจับ เพราะสำหรับหลายคน การใช้งานเซรามิคที่งดงามนั้นมีคุณค่าราวกับพิธีกรรมอย่างหนึ่งเลยทีเดียว

In Clay Studio



แบรนด์ที่ผู้อำนวยการ TCDC เชียงใหม่เลือกยกมาพูดถึง โดยเล่าว่า “ผลงานของ Inclay Studio ซึ่งมีนักออกแบบและเจ้าของเป็นคนเชียงใหม่ และมีความสนใจในการใช้วัตถุดิบที่หาได้ในท้องถิ่น ในภูมิภาคทางภาคเหนือ และในเชียงใหม่ เขาจึงศึกษารวบรวม และได้เห็นว่าดินมีโทนสีที่ต่างกัน เกิดเป็นแรงบันดาลใจให้สร้างลวดลายจากการนำดินต่างชนิดที่เขาเลือกมาเรียงซ้อนกันเป็นชั้นๆ และทำการเลื่อนชั้นดินให้เกิดลาย แล้วตัดเพื่อเอาลายที่เกิดขึ้นบนรอยตัดของดินไปเผา ทำให้ได้ผลงานที่มีลวดลายและสีสันที่ดูร่วมสมัยและไม่ซ้ำใคร แหล่งวัตถุดิบจึงเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างเอกลักษณ์ของวัฒนธรรมประจำถิ่นซึ่งเป็นโจทย์ที่น่าสนใจสำหรับนักออกแบบและช่างฝีมือ”
Share this Article !